Martech คืออะไร? ทำความรู้จัก Marketing Technology อาวุธสำคัญของธุรกิจยุคดิจิทัล

Martech คืออะไร?

ในยุคที่การตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การเข้าใจว่า Martech คืออะไร และมีการใช้งานอย่างไร จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจทุกคน

Marketing Technology (MarTech) คือชุดของ Tool / System / Platform ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุน “งานการตลาด” ให้ทำได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และวัดผลได้แม่นยำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการแคมเปญ (Campaign Management), การสื่อสารกับลูกค้าหลายช่องทาง (Omnichannel Communication), การเก็บและเชื่อมโยงข้อมูล (Data Integration) ไปจนถึงการวิเคราะห์ผล (Analytics)

หลายครั้งเราจะเห็นการเรียกแบบย่อว่า “Martech” ซึ่งหมายถึง Marketing Technology ในภาพรวมทั้งหมดนั่นเอง ✔︎


💡 ลักษณะเฉพาะตัวของ Marketing Technology

การทำงานของ Martech ในปัจจุบันมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากซอฟต์แวร์สมัยก่อน ดังนี้:

  • ☁️ Software as a Service (SaaS): รันอยู่บน Cloud ไม่ต้องติดตั้งแบบ On-Premise ในองค์กร
  • 💳 Subscription Model: จ่ายค่าบริการแบบรายเดือน/รายปี ตามจำนวนผู้ใช้ หรือปริมาณข้อมูล
  • ⚡ Fast Deployment: ใช้เวลาติดตั้งและเริ่มใช้งานรวดเร็วกว่าซอฟต์แวร์องค์กรทั่วไป
  • 🧰 Out-of-the-box: ออกแบบมาให้พร้อมใช้งานทันที ฟีเจอร์มาตรฐานครอบคลุมความต้องการส่วนใหญ่
  • 🔄 Continuous Updates: มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตามเทรนด์การตลาด
  • 👩‍💼 Marketer-Centric: ทีมการตลาดบริหารจัดการเองได้โดยแทบไม่ต้องพึ่งพาทีม IT
  • 📈 Strategic Integration: จำเป็นต้องวางแผนการเชื่อมต่อระบบ (Integration) ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาว

🤔 ทำไมองค์กรต้องใช้ Marketing Technology?

ในยุค Digital-First การใช้ Martech ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความอยู่รอด ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นรูปแบบใด:

  • Digital-First Business: แอปพลิเคชัน หรือบริการที่มีรายได้จากออนไลน์โดยตรง
  • E-commerce & Social Commerce: ธุรกิจที่เน้นการขายผ่านช่องทางดิจิทัล
  • Hybrid Business: การตลาดออนไลน์เพื่อดึงคนไปสร้างยอดขายออฟไลน์

Martech แทรกอยู่ในทุกมิติของการทำงาน:

  1. การโฆษณา (Advertising): บน Facebook, Google, TikTok
  2. การวัดผล (Analytics): เช่น GA4, Customer Data Platform
  3. การสื่อสาร (Communication): ผ่าน Email Automation (เช่น Mailchimp), LINE OA, Chatbot
ตัวอย่างการใช้บริการ Email Automation ฟรีจาก Mailchimp 

🧠 ทำไมนักการตลาดต้องพึ่งพา Martech มากขึ้น?

นักการตลาดยุคใหม่ต้องแบกรับภาระงาน (Task) มหาศาลในแต่ละวัน:

  • จัดการข้อมูลจากหลายแหล่ง (Omnichannel Data)
  • รันแคมเปญอย่างต่อเนื่องและปรับเปลี่ยนแบบ Real-time
  • วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

Martech จึงเข้ามาเป็น “ผู้ช่วยเสมือน” ที่ทำให้การทำงานฉลาดขึ้น แม่นยำขึ้น และลดความกดดันของทีมงานได้อย่างมหาศาล


🔄 Marketing Technology มีผลกระทบกับใครบ้าง?

Martech ส่งผลกระทบต่อทุกสายงานในยุค Digital Economy:

  • 🧑‍💻 Startup: เป็นตลาดที่เติบโตเร็วและมีมูลค่าสูง (เช่น DoubleClick ที่ขายให้ Google มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท หรือ Admob และ SurveyMonkey)
  • 🏢 Digital Agency & Consultant: ต้องปรับบทบาทจากการเป็นผู้ยิงแอด มาเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้าน Martech Stack และการเชื่อมโยงระบบ (Integration)
  • 👩‍💼 Marketers: ต้องเปลี่ยนจากคนทำคอนเทนต์ทั่วไป มาเป็น Data-Driven Strategist ที่ใช้เครื่องมือช่วยตัดสินใจ
  • 📊 Data Analyst / Scientist: ต้องรับมือกับข้อมูลแบบ 3Vs (Volume, Velocity, Variety) และใช้ Martech ในการพยากรณ์พฤติกรรมลูกค้า
รายชื่อ Startup ด้าน Martech ที่ถูก Acquired โดย  Google
รายชื่อ Startup ด้าน Martech ที่ถูก Acquired โดย Google

🚀 ประเภทของ Marketing Technology มีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันมี Martech มากกว่า 8,000 ชนิดทั่วโลก โดยสามารถแบ่งหมวดหมู่สำคัญได้ดังนี้:

1. Marketing Analytics, Performance Tracking & Attribution

เทคโนโลยีในกลุ่มนี้มีหน้าที่หลักคือ การวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาด เพื่อให้รู้ว่าเรากำลังทำอะไรได้ดี อะไรที่ควรปรับปรุง และสิ่งใดที่ส่งผลต่อผลลัพธ์จริง ๆ โดยสามารถแบ่งเป็นหมวดหมู่ย่อยได้ดังนี้:

ตัวอย่าง GA4
  • Digital Analytics: พฤติกรรมบนเว็บ/แอป (Google Analytics, Adobe Analytics)
  • Social Media Analytics: วัด Engagement และ Conversion จากโซเชียล
  • Competitor Analytics: ติดตามคู่แข่ง (SimilarWeb, Semrush)
  • Heatmap Visualization: ดูจุดที่ลูกค้าคลิกหรือมอง (Hotjar)
  • UTM Management: ติดตามแหล่งที่มาของทราฟฟิก

2. Cloud / Data Integration Platform

เทคโนโลยีกลุ่มนี้เน้นเรื่อง การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ ทำให้ทุกระบบในองค์กร “พูดคุยกันได้” แบบอัตโนมัติ และสามารถสร้าง Automation ที่มีประสิทธิภาพขึ้นได้ทันที

การทำ Automation ด้วย N8N
  • Automate Lead Flow: ส่งข้อมูลจาก Facebook Lead Ads ไปยัง CRM หรือ Google Sheet
  • API Connector / Middleware: เครื่องมือแบบ Low Code เช่น Zapier, Make.com, n8n
  • iPaaS: แพลตฟอร์มกลางที่ช่วยทำ ETL (Extract, Transform, Load) ข้อมูลก่อนส่งไปปลายทาง

3. Business / Customer Data Visualization

เทคโนโลยีในกลุ่มนี้เน้นการแสดงผลข้อมูลเชิงธุรกิจและลูกค้าให้อยู่ในรูปแบบภาพ เช่น กราฟ, ตาราง, Heatmap, Trendline ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนกลายเป็นภาพที่เข้าใจง่าย สื่อสารกับทีมอื่น ๆ ได้ตรงจุด

  • Data Preparation: จัดการข้อมูลดิบ (Cleansing/Transformation) เช่น Tableau Prep
  • Visualization Tools: เช่น Power BI, Tableau, Google Looker Studio, Metabase
การทำ Dashboard ด้วย Tableau

4. Advertising Technology (AdTech)

เทคโนโลยีกลุ่มนี้เน้นการ สร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงกับผู้ใช้แต่ละคน (Personalized Experience) เพื่อเพิ่มโอกาสในการเกิด Conversion
สามารถปรับข้อความ รูปภาพ หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์/แอปให้เปลี่ยนตามพฤติกรรม, แหล่งที่มา หรือ Segment ของลูกค้า

  • Programmatic Advertising: การซื้อโฆษณาแบบอัตโนมัติและ Real-time Bidding
  • DCO (Dynamic Creative Optimization): ปรับคอนเทนต์โฆษณาตามพฤติกรรมผู้ชม

5. Visitor Identification Software

เทคโนโลยีกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วย ยืนยันตัวตนเบื้องต้นของผู้ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้ Login หรือแสดงตัวตนใด ๆ โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ทีมการตลาดและฝ่ายขายสามารถ ติดตาม รู้จัก และวิเคราะห์แหล่งที่มาของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ได้มากขึ้น

  • IP-Based Identification: รู้แหล่งที่มาเชิงพื้นที่
  • Company-Level Identification: รู้ว่ามาจากองค์กรไหน (เหมาะสำหรับ B2B)
  • เครื่องมือแนะนำ: Leadfeeder (เชื่อมต่อ GA และ CRM เพื่อหา Lead ที่มีคุณภาพ)

6. Affiliate Marketing & Performance-based Advertising

เทคโนโลยีในกลุ่มนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำการตลาดแบบช่วยขาย (Affiliate Marketing) ซึ่งเจ้าของสินค้า/บริการจะจ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยขายตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น จำนวนยอดขาย, จำนวน Leads หรือจำนวนการคลิก โดยระบบจะใช้ลิงก์เฉพาะบุคคล (Affiliate Link) เพื่อติดตามและระบุได้ว่า Conversion นั้นเกิดจากผู้ช่วยขายรายใด

รูปแบบนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ ขยายช่องทางการขายโดยไม่ต้องลงทุนล่วงหน้าในค่าโฆษณาเต็มจำนวน แต่จ่ายเมื่อเกิดผลลัพธ์เท่านั้น (Pay-per-performance)

  • Affiliate Link Generator: ลิงก์ติดตามยอดขายรายบุคคล
  • Commission Management: คำนวณและจ่ายค่าตอบแทนอัตโนมัติ
ตัวอย่างกลไกการ Tracking Affiliated  ของ Dave Chaffey E-commerce Management book

7. Content Marketing Tools

เทคโนโลยีในกลุ่ม Content Marketing Tools ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถ สร้าง จัดการ และเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหา (Content) ได้อย่างมีระบบ ครอบคลุมทั้งด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ ๆ การมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งาน และการสำรวจแนวโน้มเนื้อหาที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

  • Content Creation: การสร้าง Quiz, Poll หรือ Infographic
  • User-Generated Content (UGC): ระบบรวบรวมรีวิวจากลูกค้า
  • Content Research: ค้นหาไอเดียและเทรนด์ยอดนิยม
ตัวอย่างการสร้างควิซด้วย quizify.io

8. SEO Tools

SEO คือชุดเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ Search Marketing ทั้งในส่วนของ การซื้อโฆษณาผ่าน Search Engine (เช่น Google Ads) และการทำอันดับแบบไม่เสียค่าโฆษณา (Organic Search หรือ SEO) โดยเครื่องมือกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์ ตรวจสอบจุดที่ควรปรับปรุง และติดตามผลการค้นหาที่เกิดจากคีย์เวิร์ดต่าง ๆ

  • Website Audit: ตรวจสุขภาพเว็บ (GTmetrix)
  • Keyword Analysis: วิเคราะห์อันดับและคำค้นหา
  • Backlink Monitoring: ติดตามความน่าเชื่อถือของโดเมน
การตรวจสอบประสิทธิภาพ SEO ด้วย GTmetrix

9. Social Media Marketing

Social Media Marketing Tools คือเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถ บริหารจัดการช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดเวลามากขึ้น โดยสามารถวางแผนคอนเทนต์ สร้างแคมเปญเชิงกลยุทธ์ รวมถึงติดตามผลและเก็บข้อมูลจากการมีส่วนร่วมของลูกค้าบนโซเชียลต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจร

  • Channels Management: ตั้งเวลาโพสต์ (Zoho Social)
  • Social Listening: ติดตามสิ่งที่คนพูดถึงแบรนด์
  • Influencer Platforms: ค้นหาและจัดการ Influencer

10. CRM, CDP & Marketing Automation

เครื่องมือ Customer Relationship Management (CRM) คือระบบที่ใช้ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายหลักคือการจัดการงานขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มตั้งแต่การดึงกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้า (กลุ่ม Potential) เข้ามาในกระบวนการขาย (Sales Pipeline) ไปจนถึงการสร้างโอกาสในการขาย (Opportunity) และปิดดีล (Won Deal) ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

ในขณะที่ Marketing Automation คือเครื่องมือที่มุ่งเน้นการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าตลอดทั้ง Customer Funnel ตั้งแต่ช่วงแรกที่ลูกค้าเข้ามาในระบบ ไปจนถึงการกลายเป็นลูกค้า และสื่อสารต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ (Retention & Loyalty) โดยระบบจะสื่อสารแบบอัตโนมัติตาม Flow ที่วางไว้ล่วงหน้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Email, SMS, Push Notification, และ Ads Remarketing

แม้ทั้งสองระบบจะมีบทบาทต่างกัน แต่ในหลายองค์กร CRM และ Marketing Automation มักจะใช้งานควบคู่กัน และบางฟีเจอร์อาจมีความทับซ้อนกันอยู่บ้าง จึงสามารถจัดอยู่ในหมวดเดียวกันเพื่อสะดวกในการบริหารจัดการระบบ Martech

  • CRM (Customer Relationship Management): จัดการ Sales Pipeline และปิดดีล (เช่น Wisible, Salesforce, HubSpot)
  • Marketing Automation: สื่อสารอัตโนมัติผ่าน Email/SMS ตาม Flow ที่วางไว้ (เช่น Sendinblue)
  • CDP (Customer Data Platform): รวมข้อมูลจากทุกแหล่งสร้าง Single Customer View (เช่น Treasure Data, GROWTH.ai)

11. Marketing Cloud Suites

Marketing Cloud Suites คือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาในรูปแบบ “แพ็คเกจรวม” โดยบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เพื่อให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการงานการตลาดดิจิทัลได้อย่างครบวงจรในระบบเดียว โดยแต่ละชุดจะถูกออกแบบให้มีโมดูลหรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการขององค์กร โดยไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมดในคราวเดียว


ผู้บุกเบิกวงการ MarTech ในไทย เส้นทางของผม

ในไทย คนที่ถูกพูดถึงในฐานะผู้บุกเบิกวงการ MarTech คนแรกของประเทศคือตัวผมเอง จิตติพงศ์ เลิศประดิษฐ์ ผมเริ่มงานด้าน Marketing Technology มาตั้งแต่ปี 2014 ที่บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่ง Digital Project Manager สังกัดหน่วย Marketing Intelligence ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นเป็น Marketing Technology Lead ดูแลการ Implement ระบบระดับ Enterprise อย่าง IBM Silverpop และ Salesforce Marketing, Sales, Service Cloud ให้กับองค์กรอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ตอนนั้นคำว่า MarTech ยังไม่มีใครรู้จักในไทยเลย ผมจึงตัดสินใจก่อตั้งกลุ่ม Facebook Community ชื่อ MarTech User Thailand ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ ปัจจุบันเติบโตมามีสมาชิกกว่า 30,000 คน กลายเป็น Community ที่ใหญ่ที่สุดในไทยสำหรับคนที่ทำงานด้าน Marketing Technology โดยตรง

ปี 2023 ผมออกจากแสนสิริ มาเป็น Independent Consultant เต็มเวลา และในปีเดียวกันนั้น กลุ่มพันธมิตรจาก Agency และ MarTech Company ในไทยก็รวมตัวกันก่อตั้ง MarTech Association Thailand ขึ้น พร้อมเลือกให้ผมเป็นนายกสมาคมคนแรก (2023-2025)

ตลอดเส้นทางนี้ ผมได้รับความไว้วางใจให้เป็น Fractional CDTO (Chief Digital & Technology Officer) ให้กับบริษัท มหาชนแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2026 รวมถึงเป็น Consultant ให้กับองค์กรใน Sector Property, Pharma, SME และ B2B อีกหลายแห่ง และเป็น Director ของหลักสูตร CMT (Chief Marketing Technologist) Executive Program ที่เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2020

สิ่งที่ทำให้ผมภูมิใจที่สุดไม่ใช่ตำแหน่งหรือ Title แต่คือการได้เห็นวงการ MarTech ไทยเติบโตจากที่ไม่มีใครรู้จัก มาเป็น Skill ที่ทุกองค์กรต้องมี และเห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาต่อยอดในเส้นทางที่ผมเริ่มวางไว้


หนังสือ MarTech ที่ผมเขียน

ผมเชื่อว่าความรู้ต้องถูกส่งต่อเป็นระบบ ไม่ใช่แค่โพสต์ใน Facebook จึงเขียนหนังสือด้าน MarTech ออกมาต่อเนื่องหลายเล่ม

▪️ Marketing Technology Trend 2021 และ 2022 (Best-seller) > หนังสือ 2 เล่มแรกที่ปูพื้นฐาน MarTech ให้นักการตลาดไทยเข้าใจภาพรวมของ Marketing Technology ที่กำลังพลิกโลกการตลาด
▪️ The Age of Chief Marketing Technologist (2022) > พูดถึงบทบาทผู้นำการตลาดยุคใหม่ที่ต้องเข้าใจทั้ง Marketing และ Technology ไปพร้อมกัน
▪️ 50 Marketing Frameworks > รวมกรอบคิดและเครื่องมือทางการตลาดที่ผมสังเคราะห์จากประสบการณ์ทำงานจริงกว่า 20 ปี ให้นักการตลาดหยิบไปใช้ได้ทันที
▪️ Marketing Technology Trends 2026 The Age of Data & AI Orchestrator > หนังสือเล่มล่าสุดในรูปแบบ E-Book ครอบคลุมเรื่อง Agentic AI, MarTech Landscape 2026 และ Case Study จากทั้งธุรกิจ B2C, B2B และ O2O

เล่มล่าสุดนี้ผมเลือกทำเป็น E-Book เพราะเห็นว่าวงการเปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่หนังสือ Physical Print จะตามทัน E-Book ทำให้ปรับปรุงเนื้อหาให้สดใหม่ตาม MarTech Landscape ปีล่าสุดได้ตลอด และใส่ Case Study จริงจากองค์กรที่ผมเข้าไป Advise ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีที่แปลมาจากต่างประเทศ ค้นหาหนังสือทั้งหมด

งาน MarTech Seminar ครั้งแรกในไทย

งาน MarTech Seminar ครั้งแรกที่ผมบุกเบิกจัดขึ้นในไทยชื่อว่า Introduction to MarTech World จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่ True Space สยามสแควร์ ซอย 2 โดย Ex Academy ร่วมกับ Marketing Tech Thailand ที่ผมก่อตั้งขึ้น เชิญผมไปเป็น Speaker หลักของงาน

เนื้อหาที่ผมพูดวันนั้นครอบคลุม 6 เรื่องใหญ่ ตั้งแต่ MarTech คือ อะไร มีพัฒนาการอย่างไร ไปจนถึง Benefit สำหรับ Stakeholder ทุกฝ่าย, Evolution ของ MarTech จากอดีตถึงอนาคต, หมวดหมู่และนิยามของเครื่องมือแต่ละประเภท, บทเรียนจาก Tech Stack ขององค์กรระดับโลก และปิดท้ายด้วย Factor สำคัญที่ทำให้การ Implement MarTech สำเร็จจริงในองค์กร


นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คำว่า MarTech ถูกพูดถึงอย่างเป็นระบบครั้งแรกในไทย ก่อนที่คำนี้จะกลายเป็นคำที่นักการตลาดทุกคนต้องรู้จักในวันนี้ ย้อนอ่านเนื้อหาเต็มของงานนี้ได้ที่นี่


งาน MarTech Meetup ครั้งแรกในไทย

ต่อจาก Seminar ผมยังริเริ่มงาน Meetup แบบ Community-driven ครั้งแรกในชื่อ 1st Meetup Marketing Technology & Innovation จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2565 เวลา 17.00-21.00 น. ที่ DEE DAR BAR ชั้น 2 อาคาร Data First (BTS พญาไท) จัดโดย FutureTrends

งานนี้แตกต่างจาก Seminar ตรงที่เป็น Session พูดคุยแบบเปิด ไม่ใช่ Lecture ทางเดียว ผมได้ร่วมแลกเปลี่ยนบนเวทีกับ MarTech Leader อีก 4 ท่านจากหลากหลาย Background ทั้งจาก Data First, เพจการตลาดวันละตอน, Primo World และ 3DS Interactive เพื่ออัปเดต Trend MarTech ที่กำลังจะมาถึงในปีถัดไป พร้อม Session Networking ที่ทำให้คนในวงการได้รู้จักกันมากขึ้น


Meetup ครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของ Culture การรวมตัวแบบ Peer-to-Peer ในวงการ MarTech ไทย ที่ต่อมาขยายตัวกลายเป็นงานระดับประเทศอย่าง MarTech Expo รายละเอียดงานต้นฉบับดูได้ที่นี่


จุดกำเนิดสมาคม MarTech Association Thailand

ความต่อเนื่องจาก Seminar และ Meetup ที่ผมริเริ่มมาตลอดหลายปี นำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2023 เมื่อกลุ่มผู้ประกอบการ นักการตลาด นักพัฒนา Software และสื่อมวลชนด้านเทคโนโลยีในไทย รวมตัวกันก่อตั้งสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด หรือ MarTech Association Thailand ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ สนับสนุนผู้ประกอบการในการใช้งาน MarTech และขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน

ผมได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมคนแรก (2023-2025) วางรากฐานพันธกิจหลักของสมาคมไว้ 2 เรื่องใหญ่คือ Awareness สร้างความเข้าใจให้ธุรกิจทุกขนาดรู้จักและใช้ MarTech ได้อย่างเหมาะสม และ Education ผ่านการเซ็น MOU กับหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาบุคลากรในวงการ

ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบการด้าน Digital Technology มากกว่า 100 บริษัท และมีคณะกรรมการดำเนินงานกว่า 25 บริษัท กลายเป็นเสาหลักของวงการ MarTech ไทย ว่าพวกเราได้เป็นคนวางอิฐก้อนแรก ดูรายละเอียดสมาคมได้ที่นี่


MarTech Expo คือ อะไร งานที่ใหญ่ที่สุดในไทย

MarTech Expo คือ งาน Exhibition และ Conference ด้าน Marketing Technology ที่ผมประกาศแนวคิดไว้ตั้งแต่ปี 2022 ก่อนจะจัดขึ้นจริงเป็นครั้งแรกในชื่อ Marketing Technology & Innovation Expo 2023 Presented by SC ASSET เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ที่สามย่านมิตรทาวน์ ถือเป็นการรวมตัวแบบ Exhibition ครั้งแรกของวงการ MarTech ในไทย มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,000 คนภายในวันเดียว และมีองค์กรชั้นนำมาร่วมออกบูธกว่า 50 แห่ง

จากจุดเริ่มต้นนั้น MarTech Expo เติบโตขึ้นทุกปี จนกลายเป็นงาน MarTech ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ด้วยผู้เข้าร่วมสะสมกว่า 20,000 คน ผมยังคง Co-Host งานนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมวางแผนขยับ Scale ขึ้นไปอีกระดับกับ MarTech Expo ครั้งต่อไปที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ภายใต้แนวคิด The Agentic Marketing Era

MarTech Expo ไม่ได้เป็นแค่งาน Exhibition แต่คือ Platform ที่รวม Speaker, Workshop, Business Matching และ Case Study จากองค์กรจริงไว้ในที่เดียว เป็นเหมือนภาพสะท้อนของวงการ MarTech ไทยทั้งวงการในแต่ละปี ถ้าอยากติดตามความเคลื่อนไหวของงานนี้อย่างต่อเนื่อง ดูข้อมูล MarTech Expo ทั้งหมดได้ที่นี่


ปรึกษาวิทยากร MarTech & AI Orchestration ได้ที่นี่ https://jittipong.com/speaker/

Similar Posts