Yell Bangkok Building Global-Ready Agency ผ่าน People และ Culture สร้างเอเจนซีไทยสู่เวทีโลก

ในวงการเอเจนซีไทยที่มี Turnover Rate สูง การแย่งชิงคนเก่งดุเดือด และการขยายไปสู่ตลาด Global เป็นความฝันที่หลายเอเจนซีอยากทำแต่ทำไม่ได้ มี Agency หนึ่งที่ทำสำเร็จและกลายเป็น Case Study ของวงการ นั่นคือ Yell Bangkok ที่บริหารงานโดยคุณ Pare Kanokkan Rinnachit ในฐานะ Managing Director ผู้ที่เป็นพนักงานคนแรกของ Yell ตั้งแต่ปี 2009 และเดินทางในเส้นทาง 17 ปี กับ Yell มาจนถึงตำแหน่งสูงสุดในปัจจุบัน

บทความนี้คือ Product Review แบบเจาะลึกของ Approach การบริหารองค์กรของ Yell Bangkok ที่นำเสนอภายใต้ Theme “People and Culture: Building Global-Ready Agencies Through People and Culture” สร้างเอเจนซีไทยสู่เวทีโลกด้วยพลังคนและวัฒนธรรมองค์กร

Yell Bangkok คืออะไร? ทำความรู้จัก Thai Agency ที่กำลังไป Global

Yell Bangkok คือเอเจนซีโฆษณาและการตลาดสัญชาติไทย ก่อตั้งในปี 2009 และเริ่มต้นด้วยชื่อ “Yellow Mama” ก่อนจะ Rebrand เป็น “Yell” ในปัจจุบัน บริหารงานโดยคุณ Pare Kanokkan Rinnachit ที่เริ่มต้นกับ Yell ในตำแหน่ง Post Co-Producer เมื่อ 17 ปีก่อน แล้วก้าวขึ้นสู่ Production Producer, Account Director, General Manager จนถึง Managing Director ในปัจจุบัน

ปรัชญาหลักของ Yell Bangkok ที่คุณ Pare ผลักดันคือ “Building Global-Ready Agency Through People and Culture” ซึ่งหมายถึงการสร้างเอเจนซีที่พร้อมไปเวทีโลกผ่านการลงทุนกับคนและวัฒนธรรมองค์กรเป็นอันดับแรก

17 Years One Bold Journey: เรื่องราวของคุณ Pare

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรื่องราวของ Yell Bangkok ทรงพลัง คือ Journey ของคุณ Pare ที่เริ่มต้นเป็น Yell’s Very First Employee เมื่อปี 2009 และยังคงอยู่กับองค์กรมาจนถึงทุกวันนี้

เส้นทางอาชีพของคุณ Pare ที่ Yell

  • The Beginning of Yellow Mama, Est. 2009 — จุดเริ่มต้นในตำแหน่ง Post Co-Producer
  • Production Producer — ก้าวต่อมาในสายงาน Production
  • Account Director — เข้าสู่สายงาน Client-Facing
  • General Manager — บริหารงานองค์กรในระดับ Operation
  • Managing Director — Lead องค์กรในปัจจุบัน

ตลอด Journey 17 ปี Yell ได้ Recognized Change เป็น “Yell, Est. 2009” และ Tagline ที่คุณ Pare ใช้สรุปคือ “So far, so good. As of now.”

นี่คือ Living Proof ของปรัชญาที่ Yell ผลักดัน — การสร้างองค์กรที่คนอยู่ทำงานยาว ๆ และเติบโตไปพร้อมกัน


2 คำถามสำคัญที่ Yell ตอบ

ในการบริหารองค์กร Yell Bangkok เผชิญคำถามที่พบบ่อยจาก Industry และคุณ Pare ตอบ 2 คำถามสำคัญผ่านประสบการณ์จริง

Question 1: ทำยังไงให้คนไม่ลาออก แถมเก่งขึ้น?

ในวงการเอเจนซีที่ Turnover Rate สูง คำถามนี้คือสิ่งที่ทุก HR และ Managing Director อยากรู้

Question 2: Culture ที่ดีวัดผลได้จริงหรือ?

หลายองค์กรพูดเรื่อง Culture แต่วัดผลไม่ได้ Yell มีคำตอบที่จับต้องได้


Transformation: คำตอบของ Yell ในการสร้างองค์กรที่คนเก่งและอยู่นาน

Yell Bangkok ระบุชัดเจนว่า Key Word คือ Transformation ที่ต้องทำทุกปี ตลอดไป

นี่คือ Mindset ที่ผมเห็นว่าสำคัญมาก เพราะองค์กรส่วนใหญ่มอง Transformation เป็นโครงการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่ Yell มอง Transformation เป็น Continuous Process ที่ต้องทำต่อเนื่อง

Trust Matters Rule: รากฐานของ Yell Culture

หนึ่งใน Pillar สำคัญของ Yell Bangkok คือ Trust Matters Rule ที่เป็นรากฐานของ Culture ขององค์กร

Investment ใน Trust Building ของ Yell

Yell ลงทุนเวลามหาศาลในการสร้าง Trust ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตามตัวเลขที่คุณ Pare เปิดเผย

  • Twice a Year Total 534 Hours — Yell ลงทุนรวม 534 ชั่วโมงต่อปี ในกิจกรรมสร้าง Trust กับพนักงาน
  • 2 Town Halls — จัด Town Hall ปีละ 2 ครั้ง เพื่อสื่อสารกับพนักงานทั้งองค์กร
  • 4 Quarterly Team Lead Meetings — Meeting กับ Team Lead ทุกไตรมาส
  • One on One 3 hrs/Person for 89 People — Managing Director คุย 1:1 กับพนักงานทุกคน 3 ชั่วโมง ต่อพนักงาน 89 คน

ตัวเลข One on One 3 ชั่วโมง ต่อ 89 คนนี้น่าทึ่งมาก เพราะหมายถึง Managing Director ใช้เวลา 267 ชั่วโมงต่อปี เฉพาะการคุย 1:1 กับพนักงาน นี่คือ Investment ที่ไม่ใช่ Tool หรือ Software แต่เป็นเวลาของผู้บริหารที่ใส่ใจคนในองค์กรจริง ๆ


วัฒนธรรมองค์กรที่ดีวัดผลที่ความ Happy ของลูกค้า

หนึ่งใน Insight สำคัญที่ Yell Bangkok ผลักดัน คือการวัด Culture ผ่านความ Happy ของลูกค้า

ในขณะที่หลายองค์กรวัด Culture ผ่าน Internal Survey หรือ Employee Engagement Score Yell มอง Culture ผ่านมุมของลูกค้า เพราะเชื่อว่าวัฒนธรรมองค์กรที่ดีจะสะท้อนออกมาผ่านการให้บริการที่ทำให้ลูกค้าพอใจ

From 18 Brands Across 36 Projects

Yell Bangkok ทำงานกับ 18 Brands ใน 36 Projects ซึ่งเป็น Portfolio ที่หลากหลายและพิสูจน์ความสามารถในการดูแลลูกค้าระดับ Premium

นี่คือ Validation ที่จับต้องได้ของ Culture ที่ดี — ลูกค้าไว้วางใจให้ทำงานมากขึ้น และทำงานในระดับ Brand ที่ใหญ่ขึ้น

Turnover Rate <5%: ตัวเลขที่ Industry คาดไม่ถึง

ในวงการเอเจนซีที่ Turnover Rate มักอยู่ที่ 20-40% ต่อปี Yell Bangkok บรรลุ Turnover Rate น้อยกว่า 5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก

นี่คือ Proof Point ที่ Yell ใช้ตอบคำถาม “ทำยังไงให้คนไม่ลาออก แถมเก่งขึ้น” คำตอบคือ Trust Matters Rule + Continuous Transformation + Investment ใน People

Revenue Per Head Increased by +40.74%

อีกหนึ่งตัวเลขที่ทรงพลังของ Yell Bangkok คือ Revenue Per Head ที่เพิ่มขึ้น 40.74%

ไม่ได้เพิ่มคน แต่เพิ่มมูลค่า

ปรัชญาของ Yell Bangkok คือ “ไม่ได้เพิ่มคน แต่เพิ่มมูลค่า” ทำให้ Value โตขึ้นทั้งคนและรายได้

นี่คือ Approach ที่แตกต่างจากเอเจนซีทั่วไปที่มักจะคิดว่าการเติบโตต้องหมายถึงการเพิ่ม Headcount แต่ Yell พิสูจน์ว่าการลงทุนใน People และ Culture สามารถเพิ่ม Productivity และ Revenue Per Head ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลคือคนในองค์กรเก่งขึ้น มูลค่างานสูงขึ้น และรายได้รวมขององค์กรโตขึ้น โดยไม่ต้องเพิ่ม Headcount มาก

Go Global ด้วยคนที่น้อยที่สุด: Vision ของ Yell

หนึ่งใน Vision ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Yell Bangkok คือการ Go Global ด้วยคนที่น้อยที่สุด ซึ่งเป็น Philosophy ที่ตรงข้ามกับวิธีการ Scale Up ทั่วไป

จาก 3 คน ทำให้โต 30 เท่า ได้ใน 3 ปี

ตัวเลขที่ทรงพลังที่สุดของ Yell Bangkok คือการที่ Team เพียง 3 คน สามารถทำให้ธุรกิจโต 30 เท่า ได้ในเวลา 3 ปี

นี่คือ Multiplier Effect ของการมีคนเก่งจริง ๆ ในจำนวนน้อย ดีกว่าการมีคนเยอะแต่ Productivity ต่ำ

Yell BKK Players Go Global Stages

ผลของการลงทุนใน People ทำให้ Yell Players ก้าวสู่เวทีโลก ไม่ใช่แค่ทำงานในตลาดไทย

นี่คือ Validation ของ Vision “Building Global-Ready Agency Through People and Culture” ที่คุณ Pare วางไว้


3 Core Values ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์

Yell Bangkok สรุปวัฒนธรรมองค์กรไว้ใน 3 Core Values ที่เน้นความเป็นมนุษย์

1. Respect for People

ให้ความเคารพต่อคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า หรือ Partner เคารพในความคิด ความสามารถ และความแตกต่างของแต่ละคน

2. Teamwork

ทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ Star Player แต่เป็น Team Effort ที่ทุกคนมีส่วนร่วมและช่วยเหลือกัน

3. Result Driven

มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่กระบวนการสวยงาม แต่ต้องส่งมอบ Result ให้ลูกค้า

3 Core Values นี้ถูกนำเสนอภายใต้ Theme “องค์กรที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์” ซึ่งย้ำเตือนว่าทุก Strategy ของ Yell เริ่มต้นและจบลงที่คน

Being Respectful, That’s Human Being: ปรัชญาสุดท้ายของ Yell

Yell Bangkok ปิดด้วยปรัชญาที่ทรงพลังคือ “Being Respectful, That’s Human Being” ซึ่งหมายความว่าการเคารพคนอื่น คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

ในยุคที่ AI กำลังเข้ามาแทนที่งานหลายอย่าง สิ่งที่ทำให้องค์กรแตกต่างคือความเป็นมนุษย์ และ Yell เชื่อว่าการเคารพคนคือ Differentiator ที่สำคัญที่สุด



บทความนี้สรุปจากเนื้อหา Presentation “People and Culture: Building Global-Ready Agencies Through People and Culture สร้างเอเจนซีไทยสู่เวทีโลกด้วยพลังคนและวัฒนธรรมองค์กร” โดยคุณ Pare Kanokkan Rinnachit, Managing Director ของ Yell Bangkok

Similar Posts